Who I am — and why Bookku exists.ผมคือใคร — และทำไมถึงสร้าง Bookku

Lertrak Chakatdechawong (pk) — Bangkok · 2026-05-25เลิศตระการ จักดเดชาวงศ์ (pk) — กรุงเทพ · 2026-05-25

I'm pk — Lertrak Chakatdechawong, the founder and solo operator of Bookku. I built Bookku in Bangkok because I believe every Thai shop owner deserves a real alternative to depending on marketplaces — one where you own your customer data, set your own prices, and don't have to pray that Shopee or Lazada won't raise their commission next month.

This page is part personal story, part manifesto, and part roadmap of what I'm building. If you've read any of the founder articles, this is where they tie together. If you haven't yet, this is where to start.

ผมคือใคร

สวัสดีครับ ผมชื่อ เลิศตระการ จักดเดชาวงศ์ (pk) — ผมเป็นคนกรุงเทพ และเป็น solo founder ของ Bookku

ตอนนี้ผมทำทุกอย่างของ Bookku คนเดียว ทั้งคิด ทั้งสร้าง ทั้งดูแลลูกค้า ทั้งเขียนบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงตี 2 ตี 3 ทุกวัน

ผมไม่ใช่นักธุรกิจที่จบ MBA จากเมืองนอก ไม่ได้ทำ startup เก่ง ๆ มาก่อน ไม่ได้มีพอร์ตการลงทุนหลักพันล้าน — ผมเป็นแค่คนนึงที่เห็นปัญหาของพ่อค้าแม่ค้าไทยรอบตัวผมเอง แล้วเลยตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่าง

เพราะถ้าผมรอให้คนอื่นมาแก้ ก็ไม่รู้จะได้รอถึงเมื่อไหร่ครับ

ผมไม่ใช่อัจฉริยะ ผมแค่เป็นคนที่ไม่ยอมรับว่า "มันต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป"

ทำไมถึงสร้าง Bookku?

เรื่องมันเริ่มจากผมเห็นเพื่อนและคนรอบตัวที่ทำธุรกิจของตัวเอง

กลุ่มแรกคือ ร้านบริการ — คลินิก ร้านเสริมสวย โรงแรมเล็ก ๆ สนามพาเดล สตูดิโอโยคะ ทุกร้านมีปัญหาเดียวกันหมดเลยครับ คือนั่งตอบลูกค้าทาง LINE ทีละคนทั้งวัน "พรุ่งนี้ว่างมั้ยคะ?" "มีคิวกี่โมง?" "โอนมัดจำเข้าบัญชีไหนคะ?" — แล้วต้องมานั่งจดลงสมุด หรือเปิด Excel ค่อย ๆ คีย์ ทำงานหลังบ้านกลายเป็นกองภูเขา no-show เยอะเพราะลูกค้าลืม สรุปเดือน ๆ นึงเหนื่อยจะตาย แต่กำไรก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่

กลุ่มที่สองคือ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ — คนที่ขายบน Shopee, Lazada, LINE Shopping ทุกร้านดูเหมือนจะขายดี ยอดเข้าวันละหลายร้อยออเดอร์ แต่พอเปิดบัญชีสิ้นเดือน ก็จะถามตัวเองว่า "เงินมันไปไหนหมดวะ" ค่า GP กิน 8–15% ค่ายิงแอด Meta/Google กินอีก ค่าส่งฟรี ค่าคูปอง ค่าโปรเฟล็ชเซล สุดท้ายขาย ฿1,000 เหลือกำไรจริง ๆ ฿200 กว่าบาทเท่านั้น

และที่หนักที่สุดคือ — พ่อค้าแม่ค้าพวกนี้ไม่รู้จักลูกค้าตัวเองเลย ทั้งที่ขายมาเป็นปี ๆ ออเดอร์เป็นหมื่นเป็นแสน แต่พอจะออกสินค้าใหม่ จะส่งโปรไปหาคนเก่า จะทำ retention — ทำไม่ได้เลยครับ เพราะข้อมูลทุกอย่างถูกล็อกอยู่ที่แพลตฟอร์ม ไม่มีเบอร์โทร ไม่มีอีเมล ไม่มีพฤติกรรมการซื้อ ทุก ๆ เดือน เริ่มนับศูนย์ใหม่

ผมเห็นแบบนี้แล้วก็คิดว่า "มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้สิครับ" เครื่องมือที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไทย เป็นเจ้าของบ้านตัวเอง ไม่ต้องเช่าที่ใคร ไม่ต้องวิ่งตามกฎที่แพลตฟอร์มเปลี่ยนทุก 3 เดือน

Bookku คือคำตอบที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาให้กับคำถามนั้นครับ

Bookku คืออะไร — แบบสั้น ๆ

Bookku คือ SaaS ไทย ที่ทำ 2 อย่าง:

  1. ระบบจองคิว สำหรับธุรกิจบริการ (คลินิก, ร้านเสริมสวย, โรงแรม, สนามพาเดล, สตูดิโอโยคะ) — เริ่ม ฿590/เดือน
  2. ร้านค้าออนไลน์ ที่รับชำระผ่าน PromptPay 0% ค่าคอม฿1,500/เดือน flat

ทั้ง 2 อย่าง share ฐานเดียวกัน:

นี่ไม่ใช่ marketplace ครับ ผมไม่อยากเป็น Shopee เจ้าที่ 5 ผมแค่อยากเป็น เครื่องมือ ที่อยู่ข้าง ๆ คุณ ช่วยให้คุณโตเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร

สิ่งที่ผมเชื่อ — และ Bookku ถูกสร้างขึ้นบนความเชื่อนี้

ทุก ๆ feature ที่ผมตัดสินใจสร้าง ทุก ๆ ราคาที่ผมเลือกตั้ง ทุก ๆ คำที่ผมเขียนในบล็อก — มันมาจากความเชื่อ 6 ข้อนี้ครับ

หลักการของ Bookku
  1. เจ้าของธุรกิจควรเป็นเจ้าของลูกค้าตัวเอง — ไม่ใช่เป็นแค่ supplier ที่ส่งของให้แพลตฟอร์ม
  2. เครื่องมือควรช่วยให้คุณรวยขึ้น — ไม่ใช่ทำให้คุณติดกับ จนเลิกใช้ไม่ได้
  3. ราคาควรชัดเจน คงที่ — ไม่ใช่ % ที่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ผู้บริหารใหม่เข้ามา
  4. เทคโนโลยีควรลดงานคุณ — ไม่ใช่เพิ่มภาระให้คุณต้องเรียนระบบใหม่ทุก 3 เดือน
  5. ธุรกิจเล็ก ไม่ได้แปลว่าต้องคิดเล็ก — ร้านชานม 1 ห้องแถวก็โตเป็น ฿100 ล้านได้
  6. การมีโดเมนของตัวเอง คือก้าวแรกของการเป็นเจ้าของธุรกิจจริง ๆ — ไม่ใช่แค่ผู้เช่าหน้าร้านในห้างคนอื่น

ผมรู้ครับว่ามันฟังดู "นักอุดมคติ" หน่อย ๆ ฮ่าๆ แต่ผมว่าถ้าผมไม่เชื่อในสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แรก ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะสร้าง Bookku ขึ้นมาเลยครับ

เพราะถ้าผมแค่อยากทำเงิน — ผมไปสร้าง marketplace เก็บค่า GP จะง่ายกว่ามาก

ผมเขียนบทความเหล่านี้ — แนะนำเริ่มอ่านที่ไหน?

ผมเขียนซีรีส์บทความ 6 ตอนขึ้นมา เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าไทยเห็นภาพรวมว่า "เกมนี้มันจริง ๆ แล้วเล่นยังไง"

ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านอะไรเลย ผมแนะนำให้อ่านตามลำดับนี้ครับ:

1
From a bubble tea shop to ฿100M/yearเรื่องจริง: จากร้านชานมไข่มุกเล็กๆ สู่ ฿100 ล้าน/ปี
Start here — a friend of mine who grew from ฿1M to ฿100M, starting from a single business card.เริ่มจากเรื่องเล่านี้ก่อน — พี่คนหนึ่งที่ผมรู้จัก ที่โตจาก ฿1 ล้าน เป็น ฿100 ล้าน ด้วยการเริ่มจากนามบัตรใบเดียว
Read story →อ่านเรื่อง →
2
Why platforms get rich while merchants stay poorทำไมแพลตฟอร์มรวย พ่อค้าจน
Why Shopee and Lazada actually get rich while you're exhausted every day — a 2026 breakdown of 8–15% GP rates with sources.ทำไม Shopee/Lazada ถึงรวยจริง ๆ ขณะที่คุณเหนื่อยทุกวัน — บทวิเคราะห์ค่า GP 8–15% ปี 2026 พร้อมข้อมูลอ้างอิง
Read analysis →อ่านบทวิเคราะห์ →
3
Selling well but going broke — 4 hidden costsขายดีจนเจ๊ง — 4 ก้อนต้นทุนแฝง
Why your sales are in the millions but the bank balance isn't — the 4 hidden cost buckets eating your margin. Sell ฿1,000, keep ฿230.ทำไมยอดขายล้าน แต่เงินในบัญชีไม่มี — 4 ก้อนต้นทุนแฝงที่กินกำไรคุณทุกวัน ขาย ฿1,000 เหลือจริง ฿230
Read breakdown →อ่านบทวิเคราะห์ →
4
No customer data = business suicideไม่มีข้อมูลลูกค้า = ฆ่าตัวตายในธุรกิจ
The heaviest thing I want to tell you — if you can't contact a returning customer today, you don't actually own a business.เรื่องที่หนักที่สุดที่ผมอยากบอก — ถ้าวันนี้คุณติดต่อลูกค้าคนเดิมไม่ได้ คุณไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ
Read essay →อ่านบทความ →
5
5 truths Shopee & Lazada never tell you5 ความจริงที่ Shopee & Lazada ไม่เคยบอก
5 things platforms don't want you thinking about — understand these and you'll know whether it's time to migrate.5 ข้อที่แพลตฟอร์มไม่อยากให้คุณคิดถึง — ถ้าเข้าใจ 5 ข้อนี้ คุณจะตัดสินใจได้ว่าควร migrate หรือยัง
Read truths →อ่านความจริง →
6
กฎกู — 6 rules to build your own empireกฎกู — 6 หลักการสร้างอาณาจักรธุรกิจ
A manifesto for those brave enough to question the rules others wrote — 6 principles for Thai online sellers.manifesto สำหรับคนที่กล้าตั้งคำถามกับกฎที่คนอื่นวางไว้ — 6 หลักการทำธุรกิจสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
Read manifesto →อ่าน manifesto →

ถ้าอ่านจบทั้ง 6 ตอน ผมรับรองว่าคุณจะมองธุรกิจของตัวเอง — และเกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ — ไม่เหมือนเดิมอีกเลยครับ

ผมเขียนยังไง — และทำไมต้องเขียน?

ผมไม่ใช่นักเขียนครับ ผมเป็นแค่คนที่อยากแบ่งปันสิ่งที่เห็น

บทความที่ผมเขียน — ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็น "blog การตลาด" หรือ "content marketing" อะไรหรอกครับ ผมแค่เขียนเหมือนผมนั่งคุยกับเพื่อนที่ทำธุรกิจ ที่ถามผมว่า "พี่ pk ผมควรทำยังไงดี"

ผมเลยเขียนแบบที่ผมจะตอบเพื่อนคนนั้น ตรงไปตรงมา ไม่มีศัพท์การตลาดสวย ๆ ไม่มีกราฟ "Q4 GMV YoY growth" ไม่มีอะไรแบบนั้น แค่ความจริง

ผมเขียนเหล่านี้เพราะ:

ถ้าวันนี้คุณอ่านบทความของผมแล้วได้คิดอะไรบางอย่าง — แม้คุณจะไม่ใช้ Bookku — ผมก็ดีใจแล้วครับ เพราะนั่นแปลว่าผมทำงานของผมสำเร็จแล้ว

เป้าหมายผมไม่ใช่ขายซอฟต์แวร์ เป้าหมายผมคืออยากให้พ่อค้าแม่ค้าไทยเลิกถูกแพลตฟอร์มเอาเปรียบ

ติดต่อผม

ถ้าคุณอยากคุยเรื่องธุรกิจ คุยเรื่องการ migrate จาก marketplace มา own store หรือแค่อยากถามคำถาม — ทักผมมาได้เลยที่:

ช่องทางติดต่อ

ผมยินดีให้คำปรึกษาทุกธุรกิจครับ ไม่ว่าคุณจะใช้ Bookku หรือไม่ก็ตาม

ผมรู้ว่าตอนนี้ผมเป็นคนเดียว ฉะนั้นถ้าผมตอบช้านิดนึง ก็ขอโทษด้วยนะครับ — แต่ทุกข้อความที่ส่งมา ผมอ่านเองทุกอันครับ ไม่มีแอดมินช่วยตอบ ไม่มี chatbot ผมเองล้วน ๆ

ถ้าอยากลองใช้ Bookku
  • ระบบจองคิว เริ่ม ฿590/เดือน
  • ร้านค้าออนไลน์ ฿1,500/เดือน flat — 0% ค่าคอม
  • ทดลองฟรี 14 วัน — ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

— Thank you for reading. Truly. — pk— ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ จริง ๆ — pk

Read nextอ่านต่อ