Bookku does two things: it runs appointment bookings (from ฿590/mo) and it runs e-commerce online stores (฿1,500/mo flat, 0% commission). For new shop owners, the most common question is: "which one do I actually need?" This decision tree gives you the honest answer in 4 yes/no questions — plus 3 real Thai shop owner scenarios as worked examples.
Short version: if customers buy your TIME (a service slot), start with booking. If customers buy your PRODUCTS (physical goods), start with the online store. If you do both — sell skincare in a clinic, sell apparel in a yoga studio, sell merch in a hotel — run both. There's no upsell here; the platform is the same and the answer depends only on what your customers are actually paying for.
คำถามที่ผมโดนถามบ่อยที่สุดจากเจ้าของร้านที่กำลังจะเริ่มใช้ Bookku คือ —
"ผม/ฉันควรเริ่มที่ระบบจอง หรือร้านออนไลน์ดีครับ/คะ?"
คำตอบจริง ๆ คือ มันขึ้นกับ "สิ่งที่ลูกค้าคุณจ่ายเงินซื้อ" ครับ ไม่ใช่ขึ้นกับว่าธุรกิจของคุณเรียกว่าอะไร
ระบบจอง vs ร้านออนไลน์ — เลือกจากสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อ ไม่ใช่ชื่อธุรกิจ
หลักการง่าย ๆ ก่อนเข้า decision tree
ก่อนเข้าคำถาม 4 ข้อ ผมอยากให้คุณจำหลักการง่าย ๆ ก่อน:
- ถ้าลูกค้าจ่ายเงินเพื่อจองเวลาคุณ (เวลานัด, สล็อตคอร์ท, ห้องพัก, คลาส) → ระบบจอง
- ถ้าลูกค้าจ่ายเงินเพื่อสินค้า (เซรั่ม, ไม้พาเดล, เสื้อโยคะ, อาหารเสริม) → ร้านออนไลน์
- ถ้าคุณทำทั้ง 2 อย่าง → ใช้ทั้งคู่ (login admin เดียวกัน ไม่ต้องอัปเกรด)
ไม่มี catch ครับ Bookku ไม่ได้ขายคุณเป็นแพ็คเกจรวม ผมแค่อยากให้คุณเลือกถูกตั้งแต่วันแรก
คำถาม 4 ข้อ — Decision Tree
ตอบทีละข้อตามลำดับครับ จบข้อไหนก็ข้ามไปข้อที่ระบุเลย ไม่ต้องตอบทุกข้อ
- (A) เวลาของคุณ (เซสชั่น, นัด, คลาส, ห้องพัก, ชั่วโมงคอร์ท) → ไปข้อ 2
- (B) สินค้าจับต้องได้ (ส่งของได้) → ข้าม decision tree ตรงไปที่ผลลัพธ์ "ร้านออนไลน์เป็นหลัก"
- (C) ทั้ง 2 อย่าง — ลูกค้าซื้อทั้งเวลาและสินค้าจากร้านเดียวกัน → ไปข้อ 4
(skincare ในคลินิก, เสื้อโยคะในสตูดิโอ, ไม้พาเดลในคลับ, merch ในโรงแรม)
- (A) ใช่ ขายอยู่ — แต่ผ่านช่องทางอื่น (Shopee/LINE/แชท) → ไปข้อ 3
- (B) ใช่ ขายอยู่ — ผ่าน LINE OA / DM ของเราเอง → ไปข้อ 3
- (C) ไม่ ขายแค่บริการ → ไปที่ผลลัพธ์ "ระบบจองเป็นหลัก"
- (A) เกินแล้ว → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่" (open ร้านออนไลน์ทันที คุ้มแน่)
- (B) ใกล้จะถึง / ยังไม่ถึง — แต่เห็นโอกาสโตได้ → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — เริ่มจองก่อน เปิดร้านออนไลน์ทดลองพร้อมกัน 14 วัน"
- (C) ต่ำมาก / ยังไม่ขายจริงจัง → ผลลัพธ์: "ระบบจองก่อน ค่อยเพิ่มร้านออนไลน์ตอนยอดสินค้าโตขึ้น"
- (A) มี และอยากย้ายลูกค้าออกมา → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — open ร้านออนไลน์ก่อน ใช้นามบัตรในออเดอร์ Shopee ดึงลูกค้ามาสั่งตรง"
- (B) ไม่มี / ขายผ่าน LINE/แชท → ผลลัพธ์: "ทั้งคู่ — open พร้อมกัน เริ่มสะสมฐานลูกค้าตั้งแต่วันแรก"
3 ผลลัพธ์ — สรุปแบบสั้น
ตอบ 4 ข้อข้างบนเสร็จ คุณจะตกอยู่ใน 1 ใน 3 ผลลัพธ์นี้ครับ
ผลลัพธ์ A: "ระบบจองเป็นหลัก"
- เหมาะกับ: คลินิก, โรงแรมที่ไม่ขาย merch, สตูดิโอที่ขายแค่คลาส, สนามที่ไม่ขายอุปกรณ์
- ราคา: เริ่มที่ ฿590/เดือน (Starter) หรือ ฿890/เดือน (Solo) แล้วค่อยอัปเกรดถ้าจำเป็น
- วิธีลอง: ทดลองฟรี 14 วัน → /pricing.html
ผลลัพธ์ B: "ร้านออนไลน์เป็นหลัก"
- เหมาะกับ: แบรนด์แฟชั่น, ความงาม, ของหรู/สะสม, อาหาร/ไลฟ์สไตล์ ที่ไม่ได้รับจองคิว
- ราคา: ฿1,500/เดือน flat, 0% ค่าคอม
- วิธีลอง: ทดลองฟรี 14 วัน → /pricing.html
ผลลัพธ์ C: "ทั้งคู่"
- เหมาะกับ: คลินิก+สกินแคร์, สตูดิโอโยคะ+เสื้อ/เสื่อ, คลับพาเดล+pro-shop, โรงแรม+merch/gift cards
- ราคา: ฿590/เดือน (จอง) + ฿1,500/เดือน (ร้านออนไลน์) = ฿2,090/เดือน flat
- โบนัส: login admin เดียวกัน, customer data เป็นของคุณ 100% ทั้ง 2 ช่องทาง
เรื่องจริง 3 เรื่อง — เจ้าของร้านจริง 3 คน
ทฤษฎีว่าไปแล้ว ผมขอเล่าเรื่องจริง 3 เรื่องให้ฟังครับ — ทั้ง 3 คนนี้เป็นเจ้าของร้านที่ผมรู้จัก เคยเดินผ่าน decision tree นี้มาแล้วทั้งหมด (ชื่อเป็นชื่อสมมุติเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวนะครับ)
เรื่องจริง 1: คลินิกความงามของพี่หมอแอ
พี่หมอแอเปิดคลินิกความงามเล็ก ๆ ในย่านอารีย์ มีเตียง 2 เตียง บริการหลักคือทรีตเมนต์หน้า (Q1: A — ขายเวลา) นอกจากนี้พี่แอขายเซรั่ม + อาหารเสริมที่หลังเทรียมหน้า ลูกค้าซื้อต่อทาง LINE ประมาณเดือนละ ฿20,000 (Q2: B — ขายอยู่ผ่าน LINE / Q3: A — เกิน ฿15k แล้ว)
ผลลัพธ์: ทั้งคู่ — พี่แอเปิดทั้งระบบจอง + ร้านออนไลน์ตั้งแต่วันแรก ลูกค้าจองทรีตผ่าน /clinic.html ของพี่ และซื้อเซรั่มต่อเองผ่าน yourshop.bookku.co (โดเมนของคลินิก) เดือนแรก พี่แอเก็บ ฿15,000 ค่าทรีต + ฿22,000 ค่าสินค้า รวม ฿37,000 — Bookku คิด ฿590 + ฿1,500 = ฿2,090 (5.6% ของยอดรวม) เทียบกับขายผ่าน Shopee 10% ค่าคอม = ฿2,200 หักจากแค่ฝั่งสินค้าอย่างเดียว
เรื่องจริง 2: แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ของน้องเมย์
น้องเมย์ขายเสื้อผ้าผู้หญิงสไตล์มินิมอลผ่าน Shopee + Instagram มา 1 ปี ยอดขายเดือนละประมาณ ฿80,000 ไม่ได้รับจองคิวอะไรเลย (Q1: B — ขายสินค้าจับต้องได้)
ผลลัพธ์: ร้านออนไลน์เป็นหลัก — เมย์เปิดร้าน Bookku ที่ shop.maybrand.co.th (โดเมนของตัวเอง) ใส่นามบัตรในออเดอร์ Shopee ดึงลูกค้ามาสั่งตรง 3 เดือนผ่านไป 60% ของออเดอร์ย้ายมาที่ร้านของเธอเอง ประหยัดค่าคอม Shopee 10% × ฿48,000 = ฿4,800/เดือน หัก Bookku ฿1,500 = ประหยัด ฿3,300/เดือน + ได้ข้อมูลลูกค้าทั้งหมด ส่งโปรเอง ออกสินค้าใหม่ตรงถึงลูกค้าได้
เรื่องจริง 3: คลับพาเดลของพี่ตูน
พี่ตูนเปิดคลับพาเดล 4 คอร์ทที่บางนา รับจองคอร์ทรายชั่วโมง + ขายไม้พาเดล/ลูก/ถุงมือ ใน pro-shop เล็ก ๆ หน้าคลับ (Q1: C — ขายทั้งคู่) ยอดขาย pro-shop ตอนนี้ ฿10,000/เดือน ส่วนใหญ่ผ่านการเดินมาซื้อหน้าคลับ ไม่เคยขายออนไลน์ (Q4: B — ไม่มีร้าน online)
ผลลัพธ์: ทั้งคู่ — open พร้อมกัน — พี่ตูนเปิดทั้ง 2 อย่างที่ tooncourt.bookku.co (จองคอร์ท + pro-shop ในร้านเดียวกัน) เดือนแรก ยอดจองคอร์ทเท่าเดิม แต่ pro-shop ขึ้นจาก ฿10,000 → ฿18,000 เพราะลูกค้าเห็นสินค้าตอนจองคอร์ทล่วงหน้า ลูกค้าซื้อไม้/ถุงมือคู่กับการจองคอร์ทไปด้วยเลย
ถ้ายังไม่แน่ใจ — ลองทั้งคู่ในช่วงทดลองฟรี
ผมแนะนำตรงไปตรงมาเลย — ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองทั้ง 2 อย่างพร้อมกันในช่วง 14 วันทดลองฟรี
ค่าใช้จ่ายทดลอง = ฿0 (ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต) คุณจะเห็นทันทีว่า:
- ลูกค้าจองคิวมาเยอะแค่ไหน
- มีคนสั่งสินค้าจริงไหม
- ถ้าทั้งคู่ทำงาน → upgrade ทั้งคู่
- ถ้าใช้แค่ตัวเดียว → ปิดอีกตัว ค่าใช้จ่ายเหลือแค่ตัวเดียวที่ใช้จริง
ไม่ต้องตัดสินใจหนัก ๆ ตอนนี้ครับ ลองดูเอาเลย
- ขายเวลา → ระบบจอง ฿590/mo
- ขายสินค้า → ร้านออนไลน์ ฿1,500/mo
- ขายทั้งคู่ → รวม ฿2,090/mo, login เดียว, customer data เป็นของคุณทั้ง 2 ช่องทาง
- ไม่แน่ใจ → ทดลองทั้งคู่ 14 วัน ค่าใช้จ่าย ฿0
พร้อมเลือกแล้ว?
- ทดลอง Bookku ฟรี 14 วัน → /signup.html
- เปรียบเทียบราคาทั้ง 2 แพ็คเกจ → /pricing.html
- มีคำถามเพิ่ม? อ่าน FAQ → /faq.html
- อยากรู้จักผู้ก่อตั้ง? → /founder.html
14-day free trial · No credit card · Cancel anytimeทดลองใช้ฟรี 14 วัน · ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ